

จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์
ทำให้ “คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์” จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม “คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน” พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด
“ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อ ก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ประชาชนแห่กันหาซื้อเสื้อเหลืองมาสวมใส่เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 บริษัทได้ออร์เดอร์ผลิตเสื้อเหลืองล็อตใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อผ้าสีเหลืองมาเตรียมไว้ ปรากฏว่า เราไม่มีเงินพอ และต้องเร่งหาให้ได้โดยด่วน ไม่เช่นนั้น จะผลิตเสื้อไม่ทัน อีกทั้งผ้าเหลืองขาดตลาด จำเป็นต้องใช้เงินสดในการสั่งซื้อ รู้ได้เลยว่า ตอนนั้นเราต้องวิ่งวุ่นแลกเช็คเพื่อหาเงินมาให้ได้ กว่าจะแก้ปัญหาได้แทบแย่”
สตาร์ทอัปทันสมัยทางเลือกใหม่ของนักลงทุนและผู้ขายฝาก
จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นสตาร์ตอัป อีกทั้งยังมีฐานะเป็น “ฟินเทค” (หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย) เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2560 โดยสมาร์ทฟินน์เป็นแพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม บ้าน เป็นต้น ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จะเป็นช่องทางการลงทุนให้กับผู้ที่มีเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะได้รับผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในอีกหลาย ๆ ประเภทเสียด้วยซ้ำ
คุณปริสุทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วแนวคิดของสมาร์ทฟินน์เกิดขึ้นเพื่อต้องการเป็นช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการ SMEs ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกันสมาร์ทฟินน์ก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน

ขั้นตอนการทำงานของสมาร์ทฟินน์
ขั้นตอนของการทำงาน สมาร์ทฟินน์จะพัฒนาระบบขึ้นมา โดยให้ผู้ต้องการใช้บริการเข้ามาลงทะเบียน หลังจากนั้นสมาร์ทฟินน์จะส่งบริษัทกลางเข้าประเมินสินทรัพย์ ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทประเมินของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ราคาขายฝากเป็นที่เชื่อมั่น และได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นเราก็จะตรวจสอบสินทรัพย์และคัดกรองอีกรอบ แล้วส่งให้ผู้สนใจลงทุนพิจารณาคัดเลือก เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำธุรกรรมกัน ก็จะนัดหมายเซ็นสัญญากันที่กรมที่ดิน โดยสมาร์ทฟินน์จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียมในอัตรา 3.99% ซึ่งถือว่า เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าขายฝากโดยทั่วไป
สมาร์ทฟินน์เริ่มดำเนินธุรกิจมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพียงแค่ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับจากทั้งนักลงทุน SMEs ที่ต้องการหาสภาพคล่อง มีธุรกรรมเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท
สมาร์ทฟินน์ตัวช่วยธุรกิจ SMEs
ด้าน คุณปฏิมากร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 9% ที่ผู้ขายฝากต้องจ่าย ถือว่า ถูกมาก เมื่อเทียบกับการกู้เงินจากช่องทางอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขายฝากโดยทั่วไปที่ทำกันอยู่ จะสูงถึง 24-36% แถมยังมีระยะเวลาไม่แน่นอน บางรายเจอสั้น ๆ แค่ไม่กี่เดือน นอกจากนี้ สมาร์ทฟินน์ยังดูแลให้บริการแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดอายุขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัว ป้องกันปัญหาทรัพย์ถูกยึดไป เพราะเรายึดหลักการที่ว่า การขายฝากเป็นเพียงการแก้ปัญหาขาดเงินชั่วคราว ไม่ใช่การขายขาด เพราะทรัพย์จะได้ราคาเพียง 70% ของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึด ขณะที่ทางฝั่งผู้ลงทุน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก เพราะเราจะประเมินเบื้องต้นเสียก่อนว่า เป็นทรัพย์ที่ดี ไม่มีปัญหาจริง ๆ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าดีกว่าลงทุนทางอื่น และที่แน่ ๆ ก็คือ สูงกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ทำให้เกิดกรณีทรัพย์ติดมือ ก็สามารถขายต่อ หรือนำทรัพย์ไปพัฒนาต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นทรัพย์ที่ดี ได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดทำธุรกิจมา ยังไม่มีกรณีที่ผู้ขายฝากผิดนัด ไม่มาไถ่ถอน มีแต่ไถ่ถอนก่อนกำหนดแทบทั้งสิ้น
“การที่เรามาทำธุรกิจนี้ นอกจากได้ช่วยธุรกิจที่ขาดเงินในช่วงสั้นได้รับเงินไปหมุนเวียนและแก้ไขปัญหา ดีกว่าไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาก แล้วก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจถือว่าเป็นการได้ทำบุญ เพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ผู้นำทรัพย์มาขายฝากพยายามหาเงินทุกทางแล้วไม่ได้ และเมื่อมาเจอแพลตฟอร์มขายฝากของสมาร์ทฟินน์ ก็นำทรัพย์มาเสนอและผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนทันที ซึ่งทำให้เขาสามารถนำเงินไปคืนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมากได้ ซึ่งเราเห็นเขาดีใจมาก”

ถือได้ว่า สมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหลาย ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับธุรกิจ กับแนวทางในการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์
