Skip to content

ดอกเบี้ยเงินกู้มีกี่แบบ?

ขายฝากดอกเบี้ยต่ำ ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ Smartfinn

อยากได้เงินก้อน เงินด่วนถูกกฎหมาย สิ่งแรกที่คนนึกถึงคือการขอกู้เงิน ขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือกู้ยืมเงินนอกระบบ เพื่อให้ได้เงินไปใช้ตามจุดประสงค์ สิ่งที่ต้องรับผิดชอบจากการขอกู้เงิน นอกจากการจ่ายเงินต้นแล้ว ต้องจ่ายเงินดอกเบี้ยให้กับผู้ให้กู้ยืมด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน หรือนายทุนนอกระบบ มีการคิดอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ขอกู้ต้องรู้จักดอกเบี้ยว่ามีแบบไหนบ้าง? ถ้าต้องจ่ายดอกเบี้ยแบบไหนให้คุ้มค่า ไปดูกันเลย

ดอกเบี้ยคืออะไร?

ดอกเบี้ยคือผลตอบแทนสำหรับผู้ให้กู้ ซึ่งเป็นไปตามอัตราดอกเบี้ยที่ได้ตกลงกัน เป็นร้อยละต่อเดือน ต่อปี หรือต่อวัน เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ให้กู้ยืมและผู้ขอกู้ ซึ่งวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยมีหลายรูปแบบ หลายอัตราเป็นไปตามที่สถาบันการเงินนั้น ๆ กำหนด

ดอกเบี้ยเงินกู้หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดจากสถาบันการเงินอ้างอิงตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย มี 2 ประเภท

  1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ตกลงกันระหว่างผู้ให้กู้ยืมและผู้ขอกู้ ว่ามีอัตราจ่ายดอกเบี้ยในอัตราเท่านี้ต่อเดือน ต่อปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาสัญญาที่ได้ตกลงกัน
  2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating rate) คือ อัตราดอกเบี้ยมีความเปลี่ยนแปลง สามารถลดหรือเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้ตามสภาพคล่องทางการเงินของผู้ให้กู้ ไม่มีกำหนดว่าจะมีการจะปรับดอกเบี้ยขึ้นเท่าไร เมื่อไร ซึ่งอัตราดอกเบี้ยลอยตัวแบ่งออกเป็น 3 ตัวย่อย ถูกกำหนดเป็นอักษรย่อไว้คือ MLR, MOR, MRR

                MLR (Minimum Loan Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับลูกค้ารายใหญ่ มีความสามารถในการชำระหนี้ ประเภทเงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา

                MOR (Minimum Overdraft Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับลูกค้ารายใหญ่ ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี

                MRR (Minimum Retail Rate) อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับลูกค้ารายย่อย ที่มักใช้กับเงินกู้ประเภท กู้สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล

ดอกเบี้ยเงินกู้อื่นนอกจากสถาบันการเงิน

                นอกจากสถาบันการเงินที่มีบริการสินเชื่อต่าง ๆ ไว้ให้บริการสำหรับผู้ที่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว ยังมีช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงเงินกู้ได้ง่ายและถูกกฎหมาย คือ จำนำ จำนอง ขายฝากโฉนดที่ดินที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนดคือไม่เกิน 15% ต่อปี แบ่งอัตราการคิดดอกเบี้ย จำนำ จำนอง ขายฝาก เป็นดังนี้

การจำนำ เป็นการใช้ทรัพย์สินที่มีค่าไปจำนำกับโรงรับจำนำที่มีทั้งของรัฐและเอกชน ให้เจ้าหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์สิน มีระยะเวลาการไถ่ถอนทรัพย์สิน 4-6 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยโดยประมาณของโรงรับจำนำรัฐและเอกชนประมาณ 0.25%-2% ต่อเดือน หากไม่ทำการไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนดจะโดนยึดทรัพย์ทันที

การจำนอง เป็นการใช้โฉนดเพื่อเป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้กับผู้รับจำนองที่ดิน อัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 60% ของราคาประเมิน ระยะเวลาสัญญาขึ้นอยู่กับผู้จำนองและผู้รับจำนองตกลงกัน ระยะเวลาการไถ่ถอนคือตามระยะเวลาที่กำหนด หากผู้จำนองไม่มาไถ่ถอนสินทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้รับจำนองสามารถฟ้องร้องทำการยึดทรัพย์ได้

การขายฝาก เป็นการใช้สินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม ใช้โฉนดเปลี่ยนให้เป็นเงินก้อนให้วงเงินสูงถึง 70% จากราคาประเมิน ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ดอกเบี้ยต่ำสุดประมาณ 0.75% ต่อเดือน ระยะเวลาในการไถ่ถอนไม่เกิน 10 ปี

หากพูดถึงการทำธุรกิจให้กู้ยืมเงินที่มีดอกเบี้ย ยังมีนายทุนนอกระบบที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย คิดดอกเบี้ยแพงเกิน 15% ต่อปี เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่เข้าใช้บริการ แม้ว่ามีการโฆษณาจูงใจให้มาใช้บริการด้วยคำโฆษณาว่า “ดอกเบี้ยต่ำ” ให้พิจารณาควรหาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ คิดคำนวณจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียว่าเกินภาระกำลังของเราหรือเปล่า

ถ้ามาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ได้วงเงินสูงถึง 70% คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หากคำนวณดอกเบี้ยต่อปี แล้วจะอยู่ที่ 9% ต่อปีเท่านั้น เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งไม่เกิน 15% ต่อปี ระยะเวลาหากครบกำหนดสัญญา สามารถขยายระยะเวลาได้ แต่ไม่เกิน 10 ปี ผู้ขายฝากสามารถอยู่อาศัย หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้สมาร์ทฟินน์จดทะเบียน ในนามบริษัท จำกัด สามารถตรวจสอบข้อมูลอ้างอิงได้ มีสถานที่ตั้งชัดเจน เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส ชัดเจน ตรงไปตรงมา ติดตามดูแลตลอดสัญญา ไม่ทิ้งผู้ขายฝากระหว่างสัญญา ทุกขั้นตอนและเอกสารที่ใช้ในการขายฝากถูกต้องตามกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้องhttps://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/เข้าใจอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย-4255